วันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ส่องกล้องผ่าตัดพังผืดในผนังมดลูก


หลังจากที่คุณหมอแนะนำว่าให้ส่องกล้องผ่านช่องคลอดผ่าตัดพังผืดในผนังมดลูก   ก็ตกลงใจทำทันทีหลังจากอิดออดมานาน  เพราะว่าไม่มีแผล และดูไม่บาดเจ็บโหดร้าย  บางทีคนเราควรจะไปปรึกษาหมอหา second opinion, third opinion เพื่อหาวิธีรักษาที่นุ่มนวลที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด  (หมอคนแรกให้เราผ่าตัดทางหน้าท้อง  คนที่ 2 ให้เราส่องกล้องเจาะสะดือ)

ได้ยินหลายคนโดนตัดโน่นตัดนี่  ยังคิดในใจว่ายอมให้ตัดกันง่าย ๆ อย่างงั้นเลย?  ยิ่งเราตัดอวัยวะทิ้งเยอะ ๆ โอกาสมีลูกก็จะยิ่งต่ำเข้าไปใหญ่นะ

20/07/2017 - ไปหาหมอนัดวันส่องกล้อง
เวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะผ่าตัดพังผืดผนังมดลูกก็คือหลังจากมีประจำเดือนหมดเกลี้ยง และก่อนไข่ตก ประมาณ 7-10 วันหลังจากมีประจำเดือนวันแรก  แต่วันว่างของเราและคุณหมอก็ไม่ตรงกัน ทำให้รอบเดือนนี้ไม่สามารถผ่าตัดได้  เลยต้องนัดเป็นรอบเดือนหน้า

9/08/2017 - ส่องกล้องผ่านทางช่องคลอดเลาะพังผืดที่ผนังมดลูก
และแล้ววันขึ้นเขียงก็มาถึง  งดน้ำงดอาหารตั้งแต่หลังเที่ยงคืน, เหน็บยาให้ปากมดลูกเปิด, แล้วก็ฉีดยาสลบ  นี่ขนาดรู้สึกว่าผ่าตัดเล็กนะ  ตื่นมายังปวดท้องเลย  แต่หลังจากกินยาแก้ปวดแล้วทุกอย่างก็ชิล  มีเลือดออกนิดหน่อย  อารมณ์เหมือนตอนขูดมดลูกรอบแรก  รู้งี้ตอนขูดมดลูกรอบแรกขอส่องกล้องไปเลยดีกว่าจะได้หมด ๆ ไม่ต้องมาเจ็บตัว 2 รอบ  นอนค้างโรงพยาบาลไป 1 คืน

ตอนเช้าอีกวันหนึ่งคุณหมอเอาภาพมาให้ดู  แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าพังผืดเราสวย (ลืมถ่ายรูปเก็บเอาไว้  ส่วนใน google ก็มีแต่ภาพน่ากลัว)  555 มันดูเป็นแค่เยื่อบาง ๆ เหมือนผ้าพลิ้ว 3 อันแค่นั้นเอง แต่เจ้านี่แหละท่าทางจะทำให้เด็กเกาะไม่ติด  ภาษาหมอเรียกสิ่งที่เราเป็นว่า Endometrial Polyps  เห็นหมอว่าคนเป็นเยอะมากนะ

จบการเคลียร์มดลูก  ประจำเดือนมาเมื่อไหร่เริ่ม ICSI รอบต่อไปได้ทันที  (จริง ๆ จะตั้งใจทำเองก็ได้นะ เห็นบางคนก็ติดเองซะงั้น เพราะปัญหาถูกขจัดไปแล้ว  แต่อยากรีบเลยจัดต่อไป)


วันอังคารที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

IVF / ICSI รอบที่ 2 : เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง


11/07/2017 - ปรึกษาหมอที่คลินิกใหม่ครั้งแรก
และแล้วเราก็ย้ายคลินิกเป็นรอบที่ 3  เนื่องจากเราต้องการประสบการณ์ที่หลากหลาย 555 ไม่ใช่ ! ตอนนี้เราเข้าสู่ภาวะ รักแท้แพ้ระยะทาง  คลินิกไหนจะดีหมอจะเก่ง ยังไงก็สู้คลินิกอยู่ซอยข้างบ้านไม่ได้  แต่คลินิกนี้ก็มีชื่อนะ  ไม่ใช่จิ๊บ ๆ มีชื่อว่าแพงอีกด้วย

ไปมาแล้วสนอง need ความสะดวกใกล้บ้านอย่างเป็นที่สุด  เพิ่งรู้ว่าการมาหาหมอทำ ICSI นี่มันง่ายเหมือนไปซื้อข้าวเหนียวมะม่วงหน้าปากซอยก็ตอนนี้  นัดหมอ 5 โมงเย็น ออกจากบ้าน 16:45  ไปถึงไม่ต้องรอคิว เพราะที่นี่นัดเป็นนัด  นัดเวลาไหนได้เวลานั้น  พบหมอเสร็จก็จบไปกินข้าวเย็นต่อได้  โอ้โห  ชีวิตมันดีแบบนี้นี่เอง

จากประสบการณ์ถ่อสังขารหาหมอเทพที่สุดปลายฟ้ามา 2 คลินิก ทำให้รู้ว่า  หาที่ใกล้ๆ เห้ออ  เพราะมันต้องไปหาหมอบ่อยมากกกกกกก ช่วงเริ่มกระตุ้นไข่นี่แทบจะทุกวัน  ก่อนหน้านี้นี่ชีวิตต้องเสียเวลาบนท้องถนนไป-กลับประมาณ 3 ชั่วโมง และการนั่งรอหมอใน/หน้า คลินิก อีกอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง - 2 ชั่วโมง  ไปหาคลินิกทีหมดเวลาไปครึ่งวัน - เต็มวันทุกที  แต่คลินิกที่ใกล้บ้านก็เป็นหนึ่งในคลินิกที่มีชื่อเหมือนกันนะ  เอาง่าย ๆ พวกคลินิก top list ทั้งหลาย อันไหนใกล้บ้านสุด จิ้มไปอันนั้น  เพราะคลินิกแรกที่ไปก็เพื่อนสำเร็จไปประมาณ 4 คน  คลินิกที่ 2 ที่ไปเพื่อนสำเร็จไปประมาณ 2-3 คน  เราก็ไม่เห็นสำเร็จกับเค้าเลย! มันวัดไม่ได้หรอกว่าถ้าเพื่อนสำเร็จแล้วเราจะสำเร็จด้วย  ถึงแม้ว่าเราควรจะอนุมานไว้แบบนั้นก็ตาม

มาพบคุณหมอครั้งแรก  ประทับใจความละเอียดในการอธิบายของหมอมาก  ไม่ใช่เจอหมอ 2 นาที 5 นาทีสั่นกระดิ่งหมดเวลา  ที่นี่หมอให้เวลา มีภาพประกอบการอธิบายให้เราเข้าใจ

Ultrasound แล้วหมอพบว่ามีขรุขระที่ผนังมดลูก แล้วหมอสันนิษฐานว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้รกเกาะได้ไม่ดี  ถึงได้แท้งไป 2 ครั้งที่ผ่านมา  คุณหมอเลยแนะนำส่องกล้องผ่านทางช่องคลอด (ไม่มีแผล!) เพื่อกำจัดเจ้าเนื้อเยื่อผังผืดขรุขระนี้ออกซะก่อน

แล้วก็จากประวัติรักษาของคลินิกเก่า คุณหมอที่นี่พบว่าเปอร์เซ็นต์ความสมบูรณ์ของสเปิร์ม = 0% ฟังแล้วช็อค  ทำไมคลินิกเก่าเค้าไม่บอกเรา  ทำไมเค้ายังเอาสเปิร์มที่ไม่สมบูรณ์ไปผสมกับไข่ของเรา  จนเราเสียไข่ไปหมด 21 ใบ !!  ถามหมอที่โน่นทีไรก็บอกว่าผู้ชายปกติ  คือสเปิร์มผู้ชายเยอะมาก 150 ล้านตัว  แต่คุณภาพสเปิร์มไม่ดีเลย  สเปิร์มที่สมบูรณ์มีแค่ 0-3% แค่นั้น  แล้วดันแจ็คพ็อตล็อตที่ทำ ICSI ดันเป็นล็อต 0%  อยากจะร้องไห้

รู้สึกดีเลยที่เปลี่ยนคลินิก  บางทีการที่หมอมีเวลาอ่านประวัติคนไข้ อาจจะได้รับการรักษาที่ถูกต้องกับเรามากกว่านะ

เริ่มต้นกับคลินิกใหม่ ก็ต้องเจาะเลือดใหม่ แล้วก็ตรวจสเปิร์มใหม่  ทีนี้หมอแนะนำให้ตรวจ antibody เพิ่มตัวนึง ลืมชื่ออะ ที่มันประมาณว่าร่างกายแม่จะต่อต้านตัวอ่อน หรือสเปิร์มหรือไงเนี่ย  คนที่แท้งบ่อยเค้าแนะนำให้ตรวจ

ผลเลือดรอประมาณ 1 อาทิตย์คลินิกก็โทรมาบอกว่าทุกอย่างปกติ  สเปิร์มผู้ชายวันนั้นก็ปกติด้วย !

เคสนี้แสดงให้เห็นว่าคุณผู้ชายก็เป็นตัวแปรสำคัญครึ่งหนึ่งในการทำลูกนะคะ  ต้องทำตัวให้ฟิตแข็งแรงตลอดเวลา  สเปิร์มแต่ละเดือนแข็งแรงไม่เท่ากัน  ถ้าไปแจ็คพ็อตไม่แข็งแรงวันผสมกับไข่นี่ก็เสียเงินฟรีน่าดู  อย่าผลักภาระหน้าที่ให้ผู้หญิงเตรียมตัวโด๊ปและเจ็บตัวคนเดียว  มันจะสำเร็จยากบอกเลย

UPDATE : ผลเลือดของผู้หญิงและผลสเปิร์มของผู้ชาย
เพิ่งจะได้ผลเลือดกับผลสเปิร์มมา ดูเผิน ๆ เหมือนจะปกติหมด แต่ถ้าดูลึก ๆ ก็ไม่ค่อยจะปกติเท่าไหร่เหมือนกันนะ

ผลสเปิร์ม : ปกติแค่ 5% แต่จำนวนมากมายมหาศาล (คาดว่าจากการโด๊ปวิตามิน) Total sample มี sperm = 1,350 ล้านตัว จาก Volume 2.3ml 😱

ผลเลือด เรา :
Prolactin = 25.1
TSH = 3.1
FT4 = 1.2
AMH = 4.18

จากประสบการณ์เดิม Prolactin ก็ยังสูงเหมือนเดิม  แต่หมอที่นี่บอกว่าทุกอย่างยังโอเคอยู่  ไม่ต้องกินยาลดเหมือน  2 คลินิกแรก

แล้วก็แนะนำสามีกินวิตามิน E Natural กับ Chelated Zinc เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของสเปิร์ม


วันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2560

Tips สำหรับการตรวจตั้งครรภ์ด้วยที่ตรวจปัสสาวะตรวจฮอร์โมน hCG


  • ถ้าอยากรู้ว่าเริ่มมีฮอร์โมนจริง ๆ ใช้ที่ตรวจ Digital ของ Clearblue  เพราะไวต่อฮอร์โมนมาก  ตรวจได้ตั้งแต่ฮอร์โมนน้อย ๆ  ในแผ่นพับบอกว่าตรวจได้ตั้งแต่ค่า hCG 25 mIU/ml
  • ถ้าอยากประหยัด ซื้อที่ตรวจปัสสาวะทั่วไปมาตรวจ  ถ้าขึ้นขีดจาง ๆ ค่อยเอา Clearblue digital มาตรวจซ้ำเพื่อป้องกันผลลวง False Positive  แล้วก็ไม่ต้องส่องให้เสียเวลา
  • ถ้าอยากรู้ว่า hCG เยอะพอที่จะทำให้ครรภ์นี้แข็งแรงไม่หลุดภายใน 5-6 week แรก แนะนำของจีน  ถ้า Test line เข้มกว่า ​Control line ได้แสดงว่าฮอร์โมนเยอะจริง  เพราะที่ตรวจของจีนมันไม่ไวต่อฮอร์โมน  ถ้ามันเข้มได้นี่คือเยอะจริง
  • สีขีดที่เข้มหรือจางของที่ตรวจครรภ์สัมพันธ์กับระดับ hCG ที่สูงหรือต่ำได้  และสามารถคาดเดาเบื้องต้นได้ว่าครรภ์นั้นจะเป็นครรภ์ที่แข็งแรงหรือไม่  ยิ่งฮอร์โมน hCG สูงก็เแปลว่ารกมีการเกาะและแลกเปลี่ยนสารกับเลือดของแม่ที่ดีกว่าระดับฮอร์โมนต่ำ  ถ้าขีด Test line เข้มกว่า Control line ก็สบายใจได้ไปหนึ่งเปลาะ
  • ที่ตรวจครรภ์ที่เชื่อถือได้ก็จะสามารถตรวจฮอร์โมน hCG ได้ไวกว่ายี่ห้อที่คุณภาพต่ำกว่า
  • ราคาของที่ตรวจครรภ์ไม่ได้บอกถึงระดับคุณภาพของที่ตรวจเสมอไป  แต่ที่ตรวจครรภ์ของจีนคุณภาพก็ต่ำตามราคา
  • ถ้าดื่มน้ำเยอะฮอร์โมนจะเจือจาง  และถ้าฮอร์โมนน้อย แล้วดื่มน้ำเยอะ อาจจะตรวจปัสสาวะไม่พบการตั้งครรภ์ได้  ถึงแม้จะมีการตั้งครรภ์ก็ตาม (False Negative)
  • อย่าเชื่อคำโฆษณาของที่ตรวจบางยี่ห้อว่าสามารถตรวจฮอร์โมน hCG ได้ตั้งแต่ระดับ 10 หรือตรวจได้ตั้งแต่ 7 วันหลังจาก xxx กัน เพราะมันไม่จริง
  • รู้ว่าตื่นเต้น  แต่อย่ารีบตรวจเร็วจนเกินไป  เพราะผลที่ได้ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย  

  • เห็นหลาย ๆ คนชอบตรวจปัสสาวะเร็ว ๆ ส่องแล้วส่องอีก  พอมีขีดขึ้นจาง ๆ ก็รีบดีใจกันใหญ่  เราก็เข้าใจนะว่าใคร ๆ ที่ตั้งใจท้อง ก็อยากรู้ว่าท้องมั้ย  ลุ้นมานานก็อยากจะรู้คำตอบซะที  สำหรับเราต้องบอกเลยว่าต่อให้ท้องอีก  แค่เห็น 2 ขีดก็คงไม่ดีใจ  จนกว่าจะผ่าน 3 เดือนไปได้  เพราะการท้องไม่ได้แปลว่าจะได้ลูก  แล้วที่ตรวจปัสสาวะก็มี error เยอะมาก False Positive, False Negative เดี๋ยวจะดีใจเก้อ เสียใจเก้อกันเปล่า ๆ  อย่างน้อยก็รอให้ขีดเข้ม ๆ ชัวร์ ๆ ก่อนแล้วค่อยดีใจกันนะ  ถ้าท้องจริง ยังไงมันก็ต้องขึ้น 2 ขีด  และถ้าอยากรู้ว่าท้องชัวร์ก็ต้องได้ขีดเข้ม ๆ   ไม่ต้องเสียเวลาส่อง เสียเวลาเดา

จากการที่เคยตรวจตั้งครรภ์ด้วยปัสสาวะเมื่อตอนท้องครั้งแรกมาแล้ว  แล้วมาเปรียบเทียบกับการตรวจครั้งนี้ทำให้รู้ได้ว่าสีของที่ตรวจครรภ์ก็บอกอะไรเราได้หลาย ๆ อย่างเลย

ภาพที่ตรวจครรภ์จากการท้องครั้งที่ 1 - ตรวจเมื่อวันที่ 9 หลังจากกำหนดรอบเดือน
Test line สีเข้มกว่า Control line ท้องนี้จึงอยู่ได้เกิน 2 เดือน  ที่ตรวจครรภ์ซื้อจาก Watsons ทั้งหมดยกเว้นแถบอันล่างของจีนซื้อ online
ยี่ห้อที่สามารถจะบ่งบอกถึงระดับ hCG ได้ คือ อันที่ 2 และ 3 จากข้างบน 
ยี่ห้อที่ 2 คือ Exact ยี่ห้อที่ 3 จำไม่ได้ว่ายี่ห้ออะไร, ที่ตรวจอันแรกสี Test Line เข้มได้สูงสุดเท่า Control Line จึงไม่แนะนำ ส่วนอันสุดท้ายของจีนก็ตอบสนองกับระดับ hCG สูง ๆ แล้วเท่านั้น hCG ต่ำไม่สามารถตรวจได้ (ดูจากรูปถัดไป)




ภาพการตรวจครรภ์จากการท้องครั้งที่ 2 - เริ่มจาก 8 วันหลังจากใส่ตัวอ่อน (14/6/17) (ไม่นับวันใส่ตัวอ่อน) - เทียบเท่า 4 วันก่อนวันมีประจำเดือน ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึง 6 วันหลังจากกำหนดรอบเดือน
วันที่14/6/17 ที่หมอนัดเจาะเลือดตรวจ hCG ครั้งแรกใช้ที่ตรวจปัสสาวะไม่ขึ้นทั้ง ๆ ที่มีฮอร์โมน 24.9 และที่ตรวจเขียนว่าสามารถตรวจฮอร์โมนได้ตั้งแต่มีค่าแค่ 10 สรุปคือไม่จริง
ฮอร์โมนขึ้นเรื่อย ๆ แต่ที่ตรวจก็แทบจางพอ ๆ กัน คาดว่าขึ้นน้อยมากเกินไป หรือที่ตรวจไม่ไวต่อฮอร์โมนพอ  ดังนั้น ถ้าตรวจแล้วขึ้นขีดจางแบบนี้  เตรียมใจไว้ได้เลยว่าอาจจะไม่ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์
จริง ๆ อยากจะใช้ที่ตรวจดีกว่านี้แต่หมดบ้านแล้วเหลือแต่ของจีน  แต่ก็ดีตรงที่ถ้ามันไม่เข้มซะทีก็แสดงว่าความหวังริบหรี่มาก




เปรียบเทียบสีให้ดูว่าเข้มขนาดนี้มีฮอร์โมนประมาณเท่าไหร่




ที่ตรวจยี่ห้อ Fortel ไปเจอที่สิงคโปร์เลยซื้อมาประมาณครึ่งโหล  ราคาไม่ถูกเลยประมาณอันละ 200-300 บาท  ที่ซื้อเพราะเชื่อคำโฆษณาหน้ากล่องว่าสามารถตรวจได้เร็วมากตั้งแต่ 7 วันหลังจากมีอะไรกัน  แถมแผ่นพับด้านในบอกว่าตรวจได้ตั้งแต่ฮอร์โมนระดับ 10 
สรุปหลอกลวงทั้งเพ  เป็นที่ตรวจที่ตรวจขึ้นช้ามาก  ขึ้นขีดวันเดียวกับที่ตรวจจีนสามารถตรวจเจอ คือประมาณ hCG 30-50 ขึ้นไป ไม่ได้ตรวจไวกว่ายี่ห้ออื่นอย่างที่โฆษณา
เจอรีวิวของคนอื่นในอินเตอร์เน็ตทดสอบที่ตรวจ 3 อัน ยี่ห้อ Fortel, Watsons และ Clearblue ปรากฎว่า Fortel เป็นยี่ห้อเดียวที่ไม่ขึ้นขีด !!  ในขณะที่ยี่ห้ออื่นสามารถขึ้นขีดจาง ๆ ได้แล้ว
สรุปยี่ห้อนี้ไม่แนะนำอย่างแรง




ยี่ห้อ​ Exact  ซื้อที่ Watsons
ยี่ห้อนี้หลังจากใช้มาชอบที่สุด  มีความไวต่อฮอร์โมนที่ดี  ถึงแม้จะเขียนว่าทดสอบฮอร์โมนได้ตั้งแต่ระดับ 25 ก็ตาม  มีความเข้ม-จาง ของ Test line ที่สามารถบ่งบอกถึงระดับ hCG ได้ดี




ที่ตรวจของจีน Brand A ดูดีกว่า Brand B ขีดที่ขึ้นชัดเจนกว่า
Brand B กล้าโฆษณาว่าทดสอบได้ตั้งแต่ฮอร์โมนระดับ 10 ในความเป็นจริงต้องเกือบ 50 โน่น  แถมขีด Control line ก็ไม่เข้มด้วย
ของราคาไม่แพงก็ได้คุณภาพเท่านี้แหละเนอะ
แต่ถ้าฮอร์โมนสูงมาก Brand A ก็สามารถโชว์ขีดที่เข้มกว่า Control line ได้




ที่ตรวจของ Watsons แบบนี้ให้ผล False Positve ง่ายกว่ายี่ห้ออื่น  อาจจะเป็นเพราะหยดปัสสาวะเยอะเกินไป (ตรงข้างนอกกล่องเขียนให้หยด 3 หยด แต่แผ่นพับเขียนให้หยด 5 หยด ในภาพคือหยดไป 5 หยดใหญ่ เลยได้ผลลวงเหมือนว่าจะตั้งครรภ์)  แล้วก็จากที่เคยกล่าวไว้รอบหนึ่งคือที่ตรวจแบบนี้ไม่สามารถบอกระดับ hCG ได้ เพราะความเข้มจางไม่ค่อยดี - ที่ตรวจแบบนี้ไม่แนะนำ




(False Positive)
พอมาทดสอบกับ Clearblue digital ก็พบว่าไม่ตั้งครรภ์ และหลังจากนั้นไปเจาะเลือดก็คือไม่ตั้งครรภ์  เพราะฉะนั้นถ้าตรวจแบบเป็นขีดแล้วขึ้นขีดจาง ๆ ใช้ Clearblue digital ตรวจซ้ำเพื่อยืนยันได้เลย  เพราะ Clearblue ค่อนข้างแม่นยำมากที่สุดเท่าที่เคยทดลองใช้มาแล้ว




ตรวจซ้ำกับที่ตรวจรุ่นที่ชอบของ Watsons ก็ขาวสะอาด  ตอนนี้ชอบรุ่นนี้ที่สุดแล้ว  ราคากลาง ๆ แสดงผลได้ค่อนข้างแม่นยำ




ภาพการตรวจครรภ์จากการท้องครั้งที่ 3 (25/01/2018 - 7 วันหลังใส่ตัวอ่อน, ไม่นับวันใส่ตัวอ่อน) - ตรวจของจีนขึ้นเงา ๆ ก็ไม่ต้องเดา เอา Clearblue Digital มาตรวจซ้ำเพื่อ Confirm ผลเลย  แบบนี้ไม่ False Positive ผลออกมาท้อง




การปรับแสงรูปให้ แสงน้อยลงและ contrast มากขึ้นก็ทำให้เห็นขีดจาง ๆ ชัดขึ้นได้




ความเข้มของขีดกับระดับค่า hCG


วันพุธที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560

IVF / ICSI รอบที่ 1 : การตรวจการตั้งครรภ์, ตรวจ hCG สรุปท้องไม่ท้อง?


14/06/2017 - ตรวจเลือดหาค่า hCG ตรวจสอบการตั้งครรภ์ (วันที่ 8 หลังจากใส่ตัวอ่อน)
และแล้วก็มาถึง รอวันนี้มาอย่างใจจดใจจ่อเป็นที่สุด  ในที่สุดก็มาถึงซะที  ตื่นมาตอนเช้าตรวจฉี่ไม่ขึ้น  ทำใจไว้หนึ่งสเต็ป  พอไปถึงคลินิกเจาะเลือดเสร็จรอผลประมาณ 2 ชั่วโมง  กลับมาพบคุณหมอ
ได้ค่า hCG 24.9 แปลว่าท้อง  แต่ค่าน้อยมาก  ต้องคอยดูต่อไปว่าจะไปต่อได้แค่ไหน  ก็เลยดีใจไม่ค่อยออก  การมีลูกสักคนนี่มันลุ้นรายวันยันคลอดเลยทีเดียว การแค่ได้ท้องนี่ยังไม่ได้ลูกนะ ไม่ได้มีวันไหนที่เรียกว่าปลอดภัย วางใจได้เต็มปาก  นี่แหละน้าที่เค้าเรียกว่า ห่วง  มีลูกก็เป็นทุกข์  แต่ก็อยากมีนะ

วันนี้ฉีดยากันแท้ง 2 เข็ม  ได้ยาเหมือนเดิม มี Progynova 2mg จำนวน 10 เม็ด รับประทาน ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น + Duphaston 10mg จำนวน 10 เม็ด รับประทาน ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น + Utrogestan 200mg จำนวน 10 เม็ด  เหน็บช่องคลอด ครั้งละ 1 เม็ด เช้า กลางวัน เย็น + Ventolin 2mg จำนวน  3 เม็ด รับประทาน ครั้งละ 1/2 เม็ด หลังอาหาร เช้า-เย็น

17/06/2017 - ตรวจเลือดหาค่า hCG + PRG
การที่ได้ค่า hCG ต่ำ ทำให้ต้องลุ้นทุกราย 3 วันว่ามันจะขึ้นมั้ย
ค่า hCG จะขึ้น double หรือ triple ทุก ๆ 48-72 ชั่วโมง  ถ้าจะให้ค่าสวยหมดห่วงต้องขึ้นวันละ 66%
วันนี้ได้ค่า hCG  85.7 แล้วก็เจาะค่าโปรเจสเตอโรนด้วย ได้ค่า PRG 3.59
ค่า hCG ถือว่าขึ้นแบบพอให้ผ่านได้ แต่ยังไม่สวย  แต่ค่าโปรเจสเตอโรนน่าเป็นห่วงมาก เพราะไม่ควรต่ำกว่า 10 โปรเจสเตอโรนช่วยพยุงตัวอ่อนไม่ให้หลุด  ค่าน้อยแบบนี้หมอก็บอกว่าเป็นห่วงจะหลุดจริง ๆ นะ  แต่ก็ต้องลุ้นกันต่อไป อีก 3 วันมาเจาะเลือดดูใหม่อีกที

วันนี้ก็ฉีดยากันแท้ง 2 เข็มต่อ แอบถามพยาบาลมาเป็นฮอร์โมน hCG กับ PRG นั่นแหละที่ฉีดไป
ยาทานยาเหน็บก็เหมือนเดิม แต่ปรับตัว Duphaston 10mg ขึ้นเป็น รับประทาน ครั้งละ 2 เม็ด เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน

20/06/2017 - ตรวจเลือดหาค่า hCG + PRG
วันนี้ได้ค่า  hCG 124, PRG 4.97
ค่า hCG ขึ้นไม่ถึง 2 เท่า แต่ยังขึ้นแบบนี้หมอสงสัยว่าจะท้องนอกมดลูก  หมอสันนิษฐานว่าเด็กเกาะไม่ถูกตำแหน่งถึงได้ฮอร์โมนไม่สามารถขึ้นได้ดี  หรือ ไม่อย่างนั้นก็อาจจะเป็นช่วงฮอร์โมนขาลง ลดลงพร้อมจะแท้งแล้ว  โอกาสได้ลูกปกติก็ยังมีบ้างแต่น้อยมากกกกกกก  วันนี้หมอเลยไม่ฉีดยากันแท้งให้แล้ว  แล้วรอมาดูผลอีกทีวันที่ 24/6/2017 เลย  เผื่อจะ Ultrasound เห็น  ถ้าท้องนอกมดลูกก็จะได้หาวิธียุติการตั้งครรภ์ว่าจะต้องทำยังไง

พูดไม่ออก  ยังไม่ทันได้ดีใจเลย  มีแต่ลุ้นกับเครียด  คราวนี้จุกหนักกว่าเดิม

วันนี้ยากินเหมือนเดิม  แต่ยาเหน็บเพิ่มเป็น 3 เม็ด วันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น

24/06/2017 - ตรวจเลือดหาค่า hCG + PRG - จบสำหรับรอบนี้ ท้องแต่ไม่ไปต่อที่ 5w2d
วันนี้ได้ค่า  hCG 38.8PRG 5.74
ค่า hCG ลดลงเยอะมาก  หมอเลยบอกว่าไม่จำเป็นต้อง Ultrasound แล้ว หลุดแน่นอน  ให้เลิกกินยาทั้งหมดแล้วประจำเดือนจะมาภายในประมาณ 3 วัน  ไม่ว่าเด็กจะเกาะอยู่ที่ไหนเดี๋ยวก็จะฝ่อแล้วหลุดออกมาเป็นประจำเดือนเอง  เพราะตอนนี้ยังเล็กมาก  ไม่จำเป็นต้องขูดมดลูก

ตอนเช้ามีตรวจปัสสาวะมาแล้วก็เห็นเลยว่าสีจางจนแทบจะขาวเลย  ก็เลยทำใจไว้แล้ว  คิดในแง่ดีกว่าคราวนี้ไม่ต้องขูดมดลูกจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวมากเหมือนคราวที่แล้ว

 *สรุป ICSI รอบนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมค่าตรวจโครโมโซม = 335,172 บาท


วันพุธที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560

IVF / ICSI - การปฏิบัติตัวหลังใส่ตัวอ่อน


1. หลังจากใส่ตัวอ่อนแล้ว  ควรจะ bed rest คือนอนเฉย ๆ ขยับตัวให้น้อยที่สุด  คิดซะว่าถือโอกาสพัก นอนอย่างเดียวให้ได้อย่างน้อย 3-7 วัน  แต่เราใช้สิทธิ์คนท้องนอนจนวันตรวจเลือดฟังผลเลย  มีคนบริการทั้งวัน ดีจะตาย  ถ้าทำไม่ได้จริง ๆ อย่าเดินเยอะ โดยเฉพาะการขึ้นลงบันได ต้องระวังแรงกระแทกให้มาก

แล้วก็หมอบอกว่าให้นอนราบไปเลย เลือดจะไหลเวียนไปมดลูกดีกว่ากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงเพราะว่าเวลานั่งตัวงอเลือดจะโดนบล็อคไปเลี้ยงมดลูกไม่ดี, ยืนตรงไปเลยกับนอนราบไปเลย จะดีกว่า

2. ทำร่างกายให้อบอุ่น  แต่ห้ามร้อน  ตัวอ่อนรับอุณหภูมิเกิน 38 องศาไม่ได้จะเป็นอันตราย  บางสูตรแนะนำให้ใส่ถุงเท้านอน  เราลองได้ 5 นาทีต้องถอดเพราะว่าร้อนแล้วนอนไม่หลับ  ช่วงนี้แค่ห่มผ้าห่มให้ดี ๆ ก็พอ ห้ามประคบผ้าร้อน น้ำร้อนอะไรทั้งสิ้น

3. บางคนบอกว่าไม่ต้องอาบน้ำสระผม  แต่เราทำไม่ได้  ได้แค่สระผมทุก ๆ 2 วันแต่อาบน้ำทุกวันตั้งแต่วันที่ใส่ตัวอ่อนเลย  ให้อาบน้ำอุ่นกำลังดี (ไม่ร้อนจัด ไม่เย็นเกิน ให้เลือดลมร่างกายไหลเวียนดี ไม่รู้สึกหนาว)  เวลาอาบน้ำให้หาเก้าอี้มานั่งอาบ อย่ายืนอาบ อย่าอาบอ่างน้ำ แช่น้ำ onsen แช่น้ำพุร้อน หรือว่ายน้ำ

4. กินยาและสอดยาให้ครบ ให้ตรงเวลา

5. ห้ามท้องเสียเด็ดขาด  หมอย้ำหลายรอบ  ระวังเรื่องอาหารการกิน  กินจืด ๆ อย่ากินร้านที่ไม่แน่ใจ  มีคนทำให้ได้จะดีมาก

6. ห้ามท้องผูก  เรากินโยเกิร์ตทุกวัน ทุกอย่างราบรื่น ไม่ต้องเบ่งเลย

7. ไม่กลั้นปัสสาวะ  เพราะถ้าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบจะโอกาสติดน้อย  (ถ้าไม่อยากขยับตัวเดินไปห้องน้ำ ให้ซื้อห้องน้ำเคลื่อนที่มาไว้ทำธุระบนเตียงเลย แบบใช้แล้วทิ้ง)

8. ดื่มน้ำมาก ๆ ฮอร์โมนจะขึ้นดี จิบน้ำตลอดเวลา ท้องไม่ผูกด้วย

9. กินอาหารบำรุงครรภ์ไปเลย  ช่วงนี้เราเน้นไข่ บางคนบอกว่าแกนสับปะรดช่วยตัวอ่อนเกาะดี แต่เราไม่ได้กิน  เน้นผัก ผลไม้ โปรตีน

10. ทำตัวปลอดสารเคมีให้มากที่สุด - อาบน้ำใช้สบู่เด็ก แชมพูเด็ก  ไม่แต่งหน้า ไม่ทาครีม ไม่ทาแป้ง ไม่ทาเล็บ ทำผม  ล้างห้องน้ำ  หรืออยู่ใกล้สารเคมีที่จะระเหยเข้าทางลมหายใจหรือผิวหนังได้  ส่วนผิวถ้าอยากทาจริง ๆ ใช้ oil ธรรมชาติ เช่น Argan oil, coconut oil เพราะเครื่องสำอางบางประเภทมีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมน แล้วจะรบกวนตัวอ่อน

11. ความรู้สึกในท้องไม่ต้องไปสนใจมาก  จะปวดจี๊ด ปวดหน่วง เจ็บนม หรืออะไรก็แล้วแต่  อาการติดกับไม่ติดมันออกอาการเหมือนกันเลย  สังเกตยากมาก  อย่ามาทำให้ตัวเองนอยด์  ทำอารมณ์ดี  ๆ เป็นโอกาสทองที่จะได้มีเวลาดูหนัง ดูซีรียส์ย้อนหลังไปสามปี สิบปี โอกาสมีไม่มากให้รีบทำ  ทำแล้วมีความสุข Happy mom happy kid นะ

12. ไม่จำเป็นต้องตรวจฉี่ก่อนวันหมอนัดเลย  ถ้าอยากจะตรวจจริง ๆ ตรวจเช้าวันที่หมอนัดเจาะเลือด  แต่ก็ไม่เป๊ะนะ เพราะส่วนใหญ่ฮอร์โมนขึ้นน้อย ที่ตรวจฉี่จะยังไม่แสดงผล  ตรวจไปไม่เจอ นอยด์ มีสารความเครียดหลั่งไม่รู้ตัวนะ  ของเราตรวจก่อนไปหาหมอไม่ขึ้น ก็ทำใจไปว่าไม่ติดชัวร์  ไปตรวจเลือดแล้วมีฮอร์โมนขึ้นนะ กลับบ้านมาตรวจก็ยังไม่เจอ  ต้องวันรุ่งขึ้นถึงจะตรวจเจอ   นอกจากบางคนติดแฝดหรือเป็นพวกฮอร์โมนสูง ๆ ก็อาจจะตรวจเจอได้ก่อน  แต่ทำใจสบาย ๆ รู้ความจริงชัวร์ ๆ วันเจาะเลือดไปเลยดีกว่า  ไม่ต้องมานั่งส่องแถบตรวจว่าตกลงแบบนี้ท้องมั้ย

13. สวดมนต์ นั่งสมาธิทุกวัน อธิษฐานขอเทวดา นางฟ้ามาเกิด  แล้วก็แผ่บุญให้ลูกที่กำลังจะมาเกิดให้เค้ามีบุญพอที่จะมาเกิดกับเรา  พอจิตนิ่งดี แล้วก็อาจจะมีฝันบอกเหตุให้พอได้ลุ้นนิดหน่อย  ของเราฝันว่าได้ทองคำแท่ง  อยากได้ 2 อันแต่ในฝัน ๆ ว่าได้ 1 อัน อีก 1 แท่งกำลังต่อรองอยู่แล้วตื่นซะก่อน



วันอังคารที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560

IVF / ICSI รอบที่ 1 : ใส่ตัวอ่อน


6/06/2017 - ใส่ตัวอ่อน
การเตรียมตัวก่อนมาใส่ตัวอ่อน  ทานอาหารเช้ามาได้  ห้ามแต่งหน้า ทาครีม ทาแป้ง เดี๋ยวจะมีสารรบกวนตัวอ่อน

วันนี้ตื่นสายนิดหน่อย  มาคลินิคสายไป 10 นาที  มีนัด 9:30 แต่พอมาถึงพยาบาลบอกว่าตัวอ่อนยังละลายไม่เสร็จเลยนั่งรอไปก่อน  แล้วระหว่างนี้ให้จิบน้ำไปเรื่อย ๆ เพราะต้องรอให้กระเพาะปัสสาวะเต็มก่อนจึงจะใส่ตัวอ่อนได้  ก็อัดน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องไป 2 ขวด (ไม่ควรดื่มน้ำเย็น  เพราะร่างกายและมดลูกควรจะอุ่นจะได้ติดง่าย ๆ)  พอเกือบ ๆ 11 โมงก็ขึ้นไปเตรียมตัวใส่ตัวอ่อน  เปลี่ยนเสื้อผ้า  แล้วพยาบาลก็มาให้ดื่มน้ำอีก 1 ขวด  คราวนี้ซุปเปอร์ปวดปัสสาวะมาก  แล้วก็ไปที่ห้องใส่ตัวอ่อน  จะมีหมออีกคนมาถามชื่อ แล้วก็ให้ดูตัวอ่อนของเรา (ดูไปเราก็ไม่รู้ว่าใช่ลูกเราถูกคนมั้ยนะ 555) หมอบอกว่าตัวอ่อนอีกตัวละลายแล้วแต่ยังไม่ฟู  ไว้ให้ไปฟูข้างในละกันนะ  แล้วก็ทำการทำความสะอาดตัวเรา แล้วก็ใส่ตัวอ่อนเข้าไป  ตอนใส่จะมีพยาบาลกดเครื่อง Ultrasound ที่หน้าท้องให้เห็นมดลูก  แล้วหน้าจอก็อยู่ข้างเตียงให้เราเห็นได้ด้วย  หมอก็สอดท่อใส่ตัวอ่อนเข้าไป  ก็จะเห็นจุดขาว ๆ ใส่ไปตรงกลางมดลูกแล้ว

หลังจากใส่ตัวอ่อนเสร็จก็โดนอุ้มย้ายเตียงมาพักที่ห้องพักฟื้น  พยาบาลบอกว่าอีก 15 นาทีจะมาพาไปเข้าห้องน้ำ  เราก็ดันปากเก่งบอกไปว่าอีก 30 นาทีก็ได้ค่ะ  ผลคือปวดฉี่มากกกกกกก จนเรียกว่ากลั้นจนแทบจะหยุดหายใจ  เกร็งไปทั้งตัว  อันนี้บอกเลยว่าอย่าทำ  เรื่องของเรื่องคือเพื่อนดันบอกว่าถ้านอนได้ยิ่งนานเท่าไหร่ยิ่งดี  ตัวอ่อนจะได้เกาะแน่น ๆ ไม่เปลี่ยนที่  แต่การที่เราเกร็งเพราะอั้นปัสสาวะนี่แย่กว่านะ  คราวหน้าถ้าไม่ติดแล้วต้องทำใหม่มีแผนแล้วว่าจะเอาห้องน้ำเคลื่อนที่แบบพกพาติดตัวมาด้วยจะได้ไม่ต้องลุกไปห้องน้ำ  แล้วก็ไม่ต้องเกร็งด้วย

พอพยาบาลมาก็เอารถเข็นมารับ  เราก็ต้องลุกจากเตียงก้าวไปรถเข็น  พอเข็นถึงห้องน้ำก็เดินเข้าห้องน้ำเอง  เวลาเข้าห้องน้ำพยายามอย่าเบ่ง  ปวดระดับนี้แล้วน้ำมันหาทางพุ่งออกจากร่างกายเราเองได้  จะได้ไม่กระเทือนมดลูก

พอเข้าห้องน้ำเสร็จก็ไปนอนพักต่ออีก 2 ชั่วโมง  แล้วก็เปลี่ยนชุดกลับบ้านได้

ระหว่างที่สามีต้องรอเราใส่ตัวอ่อน 2-3 ชั่วโมง  เราสั่งเค้าไปทำสังฆทานที่วัด  ส่งบุญมาให้เราทันทีให้ทุกอย่างสำเร็จได้ลูกกลับบ้าน

วันนี้ได้ยามาเต็มเลย มี Doxycycline 100mg มา 6 เม็ด รับประทาน ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร เช้า-เย็น + ยา Ventolin 2 mg จำนวน 8 เม็ด รับประทาน ครั้งละ 1/2 เม็ด หลังอาหาร เช้า-เย็น + Progynova 2 mg จำนวน 24 เม็ด รับประทาน ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น + Duphaston 10 mg จำนวน 20 เม็ด รับประทาน ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น + Utrogestan 200mg จำนวน 24 เม็ด เหน็บช่องคลอด ครั้งละ 1 เม็ด เช้า กลางวัน เย็น

พอกลับบ้านก็เดินให้ช้าที่สุด  หมอบอกให้ช้ากว่าตัวสล็อต ขึ้นบันไดทีละขั้น  อย่าเกร็งหน้าท้อง  แล้วก็นอนยาว  ๆ ใช้สิทธิ์คนท้องกับคนที่บ้านได้เลย ณ ​ตอนนี้ ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าท้องรึป่าวก็ตาม


วันอังคารที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

IVF / ICSI รอบที่ 1 : หลังเก็บไข่ ก่อนใส่ตัวอ่อน


09/05/2017 -  พบคุณหมอหลังเก็บไข่ + ฉีดยาลดรังไข่บวม เข็มที่ 1
พบคุณหมอถามข้อมูล  จากเก็บไข่ได้ 21 ใบ, เป็นไข่ 18 ใบพร้อมผสม ที่เหลือเป็นไข่อ่อนกับไข่คุณภาพไม่ดี, ผสมแตกตัวออกมาได้ 17 ตัวอ่อน, sperm ได้ 144 ล้าน วิ่ง 50% กว่า แต่สเปิร์มหัวเล็ก ไม่ค่อยดี  Ultrasound หน้าท้องดูรังไข่  บวมข้างละ 7ซม กว่า  เลยต้องฉีดยาลดบวม 3 วัน  ให้กินไข่วันละ 3 ฟองกับกินน้ำ 1.5 ลิตร  ได้ยากินเตรียมผนังมดลูกสำหรับวันที่ 3 ของรอบเดือนหน้ามา เป็นยา Progynova 2mg จำนวน 56 เม็ด รับประทานครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น

ห้ามออกกำลังกาย ห้ามกระโดด หรือทำอะไรที่สะเทือนท้อง และห้ามมี sex 2 อาทิตย์

10/05/2017 - ฉีดยาลดรังไข่บวม เข็มที่ 2
วันนี้ตอนแรกไปที่โรงพยาบาลแถวบ้านเพื่อให้เค้าฉีดยาให้  ดันเป็นวันหยุด แล้วไม่มีคุณหมอ เค้าเลยไม่ฉีดให้  ต้องขับรถมาที่คลินิกเพื่อฉีด  โชคดีคลินิกไม่ปิด  ไหน ๆ ก็เป็นวันวิสาขบูชา  ก็เลยถือโอกาสไปทำบุญที่วัดใกล้ ๆ คลินิกเลย

11/05/2017 - ฉีดยาลดรังไข่บวม เข็มที่ 3 - โรงพยาบาลแถวบ้าน
วันนี้กลับมาฉีดที่โรงพยาบาลแถวบ้านต่อ  คุณหมอมาทำงานแล้ว  โรงพยาบาลนี้คิดราคา  งง ๆ ไม่มีระบบยังไงก็ไม่รู้  ค่าฉีดยานี่โดนตั้งแต่ 200 บาท ยัน  350 บาท แล้วแต่ว่าแต่ละวันจะเจอพยาบาลยังไง  ถามไปก็ไม่ได้คำตอบ  เลยต้องแล้วแต่เค้าจะคิดละกัน

13/05/2017 - โทรถามคุณหมอเรื่องตัวอ่อน
เห็นว่าเกิน 5 วันแล้ว เลยโทรเช็คกับคุณหมอหน่อยว่าเลี้ยงถึง day 5 ตัวอ่อนเราเหลือกี่ตัว  ตอนโทรก็ชิล ๆ คิดว่าน่าจะไม่มีการตายแล้วแหละ หรือลดไปก็นิดหน่อย  สรุปว่าหมอบอกว่า เหลือ 4 ตัว!!!! ช็อคมากกกกกกก  เครียดเลย   เราต้องการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนด้วย เนื่องจากว่าคราวที่แล้วที่แท้งไป  หมอบอกว่าน่าจะมีสาเหตุจากโครโมโซมของตัวอ่อนไม่สมบูรณ์เอง  วันนี้หมอเลยบอกว่ายังไม่ได้ส่งตรวจโครโมโซมให้นะ  คิดว่าจะรอเลี้ยง 7 วันก่อน ดูว่าจะมีตัวไหนโตขึ้นมาอีกจะได้ส่งตรวจพร้อมกันทีเดียว...เสียใจ 😞😖😩😭

ก่อนหน้านี้อุตส่าห์ฝันหวานว่าคงกระตุ้นไข่รอบเดียว ได้ใส่หลายรอบเลย จบกัน

18/05/2017 - ประจำเดือนมาวันแรก
พอดีประจำเดือนดันมาประมาณ 3 ทุ่ม  วันรุ่งขึ้นเลยโทรถามคลินิกว่าให้นับวันไหนเป็นวันแรก  พยาบาลบอกว่านับวันที่เลือดไหล Flow เยอะกว่า เลยนับ 19 เป็นวันที่ 1  เพราะต้องกินยาเพิ่มผนังมดลูกเริ่มวันที่ 3 ของรอบเดือน

21/05/2017 - กินยาเพิ่มผนังมดลูก
กินยาเพิ่มผนังมดลูกวันนี้ไปเรื่อย ๆ จนหมด  แล้วนับไป 14 วันจากประจำเดือนมาวันแรกให้มาพบคุณหมออีกที

23/05/2017 - โทรถามผลตรวจโครโมโซม
วันนี้ลองโทรถามผลตรวจโครโมโซมของตัวอ่อนที่เหลือแค่ 4 ตัว  ลุ้นสุดชีวิตว่าจะผ่านสักกี่ตัว  คุณหมอบอกว่าผลออกแล้วตั้งแต่เมื่อวาน  สรุปว่าตัวอ่อน 4 ตัว ผิดปกติ 2 ตัว เหลือ 2 ตัว เป็นชายคน หญิงคน  แถมมีค่า ratio ต่ำ  ประมาณว่าโอกาสติดน้อย

1/06/2017 - พบคุณหมอ Ultrasound ดูผนังก่อนใส่ตัวอ่อน
ผนังมดลูกโอเค  นัดใส่ตัวอ่อน วันที่ 6/6/2017 ตกลงเหลือตัวอ่อน 2 ตัวก็ใส่ 2 ตัวเลย (ไม่มีตัวอ่อนเหลือแล้ว 😩 )  ได้ยา Duphaston 10mg มา 20 เม็ด รับประทานครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น แต่ให้เริ่มรับประทานพรุ่งนี้ (2/6/2017)



วันเสาร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

IVF / ICSI รอบที่ 1 : เก็บไข่


06/05/2017 -  เก็บไข่ - สลบไสล
งดน้ำงดอาหารหลังเที่ยงคืน  งดยามื้อเช้า  ห้ามแต่งหน้า ทาครีม ทาแป้ง  นัดเก็บไข่ตอน 8:30  มาถึงหมอดมยาบอกว่าจะฉีดยาสลบเข้าทางสายน้ำเกลือ เจาะที่หลังมือข้างซ้าย  ก่อนสลบบอกคุณหมอมือเบา ๆ นะคะ แล้วก็น็อคไปเลย

ตื่นมาอีกที  เหมือนมีพยาบาลมาเรียก แล้วก็ยังง่วงอยู่เลยหลับต่อ แล้วก็ตื่น+หลับ ไป 2 รอบ จนรอบสุดท้ายถามเค้าว่ากี่โมงแล้ว เค้าบอกว่า 11 โมงกว่า เลยรู้สึกว่าตื่นก็ได้  เดี๋ยวสามีนั่งรอนานจะเบื่อ  ไปเปลี่ยนชุด แล้วก็กลับบ้าน

ระหว่างที่หลับ  คุณหมอมาบอกสามีว่าเก็บไข่ได้ 21 ใบ  เยอะดีจัง ฟังแล้วใจชื้น

กลับไปก็เฝ้าระวังรังไข่บวม พวกภาวะการกระตุ้นรังไข่มากเกินไป (Ovarian Hyperstimulation Syndrome - OHS)  หมอให้คอยสังเกตรอบเอวดูว่าบวมมั้ย  ดูเป็นโรคอันตรายเลยทีเดียว

วันนี้ได้ยา Primolut-N 5mg มา 20 เม็ด รับประทานครั้งละ 2 เม็ด ก่อนนอน กับยาลดโปรแลคตินให้กินไปเรื่อย ๆ Suplac 2.5mg 15 เม็ด รับประทาน ครั้งละ 1/2 เม็ด ก่อนนอน

จะบอกว่าโชคดีมาก ๆ ที่ไม่ได้หาข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเก็บไข่ไว้เลย  เพราะช่วงนั้นยุ่งมาก  มาแบบไม่รู้เรื่อง สลบไป 2 ชั่วโมง แล้วทุกอย่างก็เสร็จ  พอเสร็จแล้วก็มีอาการหน่วง ๆ ท้องนิดหน่อย  ไม่ได้เจ็บอะไรมาก  พอมาคุยกับเพื่อน เพิ่งจะรู้ว่าการเก็บไข่คือคุณหมอจะเอาเข็มทิ่มทะลุผ่านผนังช่องคลอดทิ่มไปที่รังไข่ดูดไข่ออกมา  ยิ่งได้ไข่เยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งอักเสบเยอะเท่านั้น   ถ้ารู้ก่อนทำคงสยองมาก  แต่โชคดีอีกที่คุณหมอมือนิ่มมาก  ทำแล้วไม่มีแม้กระทั่งเลือดหยดอะไรเลย  เพื่อนที่ทำหลายรอบบอกว่าหมอบางคนมือหนักมาก  เก็บไข่เสร็จเดินไม่ไหวเลยทีเดียว  นี่เรายังแทบจะไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากหน่วง ๆ นิดหน่อยแค่นั้นเอง

ภาพการเก็บไข่ จะใช้เข็มยาว ๆ ติดกับเครื่อง Ultrasoud ผ่านทางช่องคลอด แทงไปที่รังไข่
Source : http://ivf.org/



วันอังคารที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560

IVF / ICSI รอบที่ 1 : ทำ ICSI ครั้งแรก - กระตุ้นไข่


28/03/2017 -  ประจำเดือนมาวันที่ 2 วันที่เริ่มต้นหาหมอสำหรับรอบใหม่ 
ประจำเดือนมาวันที่ 27มีนา เมื่อวานนี้ พอวันนี้ประจำเดือนมาวันที่ 2 ก็เลยไปหาหมอ มาถึงคุยประวัติเก่ากับคุณหมอ  แล้วก็เจาะเลือดดูฮอร์โมน  รอผล 2 ชั่วโมง  ระหว่างที่ยังไม่ทราบผล ก็คุยคร่าว ๆ กับคุณหมอ  หมอบอกว่าถ้าทุกอย่างโอเค  วันนี้ก็เริ่มฉีดยากระตุ้นไข่เลย  ให้มาคลีนิกฉีดทุกวัน  แต่ปัญหาคือพรุ่งนี้เรามีเดินทางไปต่างประเทศแล้วอยู่เป็นอาทิตย์กว่าจะกลับ  หมอเลยเสนอทางเลือกว่าจะเอาเข็มฉีดแบบปากกาไปจิ้มพุงเอาเองมั้ย  แต่เราก็ไม่ชอบอีก สาปส่งตั้งแต่ตอนทำ IUI  หมอเลยบอกว่าเอาอย่างงี้มีแบบเข็มเดียวฉีดแล้วจบเลย  กลับมาแล้วก็มาซาวด์ดูไข่แล้วนัดเก็บไข่  ฟังแล้วง่ายดีจัง ชอบเลย

แต่พอผลเลือดออก  ก็ปรากฎว่ามีฮอร์โมน FSH กับ Prolactin สูงเกินกว่าปกติ (FSH ปกติไม่ควรเกิน 8 เราได้ 10 กว่า, Prolactin ไม่ควรเกิน 20 เราได้ 21 กว่า)  แล้วหมอก็ให้อัลตราซาวด์  ปรากฎว่าเจอเนื้องอก 2 ก้อนเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือชอคโกแลตซีสต์ 1 ซม. ที่รังไข่ข้างนึง หมอเลยบอกว่ารอบนี้ไม่ควรทำแล้วควรจะไปผ่ารักษาเนื้องอกกับซีสต์ก่อน


เราเลยกลับไปนั่งคิดกันที่บ้านว่าจะเอายังไงดี  แต่ที่ผ่านมาเคยหามา 2 หมอเค้าบอกว่าเนื้องอกไม่อยู่ในส่วนที่เด็กเกาะไม่ต้องไปยุ่งกับมัน  แล้วถ้าผ่าต้องเสียเวลารักษาตัวอีกนาน  เราอยากได้ลูกกันแล้ว ก็เลยคิดว่าจะลองดูก่อนซักตั้ง  ถ้าไม่ติดค่อยว่ากัน


11/04/2017 -  กลับมาถามหมอว่าถ้าไม่ผ่า ไม่ส่องกล้อง ไม่ฉีดยา ไม่ทำอะไรเลยหมอจะทำ ICSI ให้มั้ยคะ?

หมอก็บอกว่ากลัวจะเสียเงินฟรี  แล้วก็ต้องลุ้นทีละขั้นตอนเพราะว่า อาจจะไม่ผ่านตั้งแต่รอบเก็บไข่แล้วไม่มีไข่ที่มีคุณภาพเลยก็ได้ เพราะซีสต์กับเนื้องอกมันอาจจะส่งสารที่รบกวนไข่, หรือถ้าไข่ผ่าน ผสมแล้วจะรอดมั้ย,​หรือใส่ตัวอ่อนแล้วจะติดมั้ย, หรือติดแล้วจะแท้งมั้ย  แต่ก็จะทำให้ถ้ายืนกรานจะทำเลย  ก็เลยสรุปว่ายอมเสียเงินลองเสี่ยงทำ ICSI ไปเลย  เพราะยังไม่เคยลองสักครั้งเลยไม่รู้ว่าเราเป็นพวกติดยากหรือติดง่ายขอเสี่ยงดูสักครั้งละกัน

วันนี้คุณหมอให้ยาฆ่าเชื้อมาให้กินกันทั้ง 2 คนเพราะหมอบอกว่าหมอไม่สามารถเอาไข่กับสเปิร์มเรามา sterille ข้างนอกได้  เลยต้องกินยาแทน (Doxycycline 100mg 14 เม็ด รับประทานครั้งละ 1  เม็ด หลังอาหารทันที เช้า-เย็น)


แล้วก็ให้ DHEA 25mg จำนวน 40  เม็ด มาทานสำหรับเพิ่มไข่ รับประทานครั้งละ 1 เม็ด  หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น


ตอนนี้เลยรู้สึกว่าทุกอย่างมันไม่มีอะไรแน่นอนเลย  สงสัยต้องพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซะแล้ว 5555


26/04/2017 -  ประจำเดือนมาวันที่ 2 วันที่เริ่มต้นกระตุ้นไข่ สำหรับการทำ ICSI
ประจำเดือนมาวันที่ 2 วันนี้  ก็มาที่คลินิกเจาะเลือดดูผลฮอร์โมน  ทุกอย่างออกมาปกติหมด (FSH 9.7, LH 4.58, PRL 8.08, E2 43.4 - ยังทานยาลดโปรแลคตินก่อนนอนทุกวัน)  แล้วก็ Ultrasound ดูไข่ มีไข่เยอะอยู่  เริ่มฉีดยากระตุ้นไข่แบบเข้ากล้ามเนื้อสะโพกวันนี้เข็มที่ 1 (ไม่เลือกแบบจิ้มพุงเอง เพราะทำใจไม่ได้ เลยต้องมาที่คลินิกทุกวันเพื่อให้พยาบาลฉีดยาให้  แล้วฮอร์โมนแบบเข้ากล้ามเนื้อฉีดแล้วร่างกายดูดซึมได้มากกว่า  ประมาณว่าฉีด 100 ได้ 80 แต่แบบจิ้มพุงเองฉีด 100 ได้ 60 อะไรประมาณนี้)

27/04/2017 -  ฉีดยากระตุ้นไข่ เข็มที่ 2 (สะโพก)
วันนี้ฉีดยาแล้วกลับบ้านเลย  ไม่ได้พบคุณหมอ  พยายามมาฉีดยาเวลาเดิมทุก ๆ วัน  แล้วก็ทานน้ำไม่เกินวันละ 1.5 ลิตร เพราะจะบวมน้ำ  แล้วก็ทานไข่เยอะ ๆ วันละ 2-3 ฟองได้ยิ่งดี  ถ้าทานไข่แดงไม่ไหวเน้นไข่ขาว แล้วก็ทานนมเพิ่มแคลเซี่ยม  ห้ามมีเพศสัมพันธ์  ห้ามกระโดด  ห้ามออกกำลังกาย  เดินเบา ๆ 

28/04/2017 -  ฉีดยากระตุ้นไข่ เข็มที่ 3 (สะโพก)
มาฉีดยาที่คลินิกแล้วกลับบ้านเลย

29/04/2017 -  ฉีดยากระตุ้นไข่ เข็มที่ 4 (สะโพก)

มาฉีดยาที่คลินิกแล้วกลับบ้านเลย

30/04/2017 -  ฉีดยากระตุ้นไข่ เข็มที่ 5 (สะโพก) + Ultrasound 
วันนี้พบคุณหมอ Ultrasound ดูไข่  ปรากฎว่าตอบสนองต่อยาดีมาก  ไข่โตกว่าเกณฑ์ วันนี้ไข่ควรจะโตประมาณ​ 10mm แต่เราได้ 12-13mm  มีไข่ข้างละประมาณ 10 ใบ  แต่โต 11-13mm ประมาณ 10 ใบ  ที่เหลือ 6-8mm  ต้องดูว่าจะโตทันกันมั้ย  หมอจะลด dose ยานิดหน่อย กลัวโตเร็วเกินไป  แล้วก็ฉีดยากระตุ้นไข่เข็มที่ 5  แล้วก็ได้ยาแพ็คกลับบ้านไปหาที่ฉีดแถวบ้านสำหรับพรุ่งนี้  เพราะเป็นวันแรงงานคลินิกปิด

01/05/2017 -  ฉีดยากระตุ้นไข่ เข็มที่ 6 (สะโพก) - ที่โรงพยาบาลแถวบ้าน

มาที่โรงพยาบาลแถวบ้าน  ลงทะเบียนผู้ป่วยนอก  พบคุณหมอสูติ ดูใบสั่งยา เขียนสั่งให้ฉีดยาได้ ค่าฉีดยา 350 บาท

02/05/2017 -  พบคุณหมอ ultrasound + ฉีดยากระตุ้นไข่ เข็มที่ 7 (สะโพก)
วันนี้พบคุณหมอ Ultrasound ดูไข่  พอลด dose ยา แล้วกลายเป็นว่าไข่ไม่ได้โตขึ้นเร็วเหมือนเดิมแล้ว เหมือนจะโตพอ ๆ กับคราวที่แล้ว 14mm, 13mm, 12mm, etc.  ไข่เยอะอยู่ประมาณ 20 กว่าใบ  หมอบอกว่าให้นอนเร็ว ๆ เพราะนอนดึกไข่จะโตช้า  แล้วก็ฉีดยาที่สะโพก 1 เข็ม

** ช่วงนี้เกิดผื่นตามขา  เป็นมาหลายวันแล้ว เริ่มมาถึงแขน เหมือนแพ้อะไร เลยเอาให้คุณหมอดู หมอเลยให้ยาฆ่าเชื้อ Dexametasone 0.5mg มาทานวันละเม็ด 2 วัน หลังอาหาร กลางวัน --> ปรากฎว่าตอนหลังถึงรู้ว่าน่าจะแพ้ยาฮอร์โมนที่ฉีดเนี่ยแหละ  (คิดเอง เพราะไม่มีหมอคนไหนฟันธง แค่ว่ายังหายใจได้ก็ยังไม่อันตราย  ถ้าหายใจไม่ออกต้องหยุดฉีด) หลังจากฉีดครบคอร์ส  พอหยุดฉีดปุ๊บผื่นหายเลย  แล้วระหว่างที่ฉีด ความดันตกลงไป เหลือ  80กว่า/40กว่า  พอหยุดฉีดปุ๊บความดันดีดกลับมาปกติที่ 100/50  เหมือนเดิม ซึ่งเป็นความดันปกติของเรา  ปกติตรวจกี่ครั้งก็ประมาณนี้ 90-105/50-60  แต่ช่วงฉีดยา ขึ้นหน้าเป็นเลข 8 กับเลข 4 ตลอด  โชคดีที่แพ้ไม่มาก  ถ้าแพ้มากก็จะทำ ICSI ไม่ได้ เพราะว่ากระตุ้นไข่ไม่ได้   มีเคสแพ้ที่เคยได้ยินเหมือนกัน


03/05/2017 -  ฉีดยากระตุ้นไข่ เข็มที่ 8 (สะโพก) + กับฉีดยาที่หน้าท้อง เข็มที่ 9 - ที่โรงพยาบาลแถวบ้าน
มาที่โรงพยาบาลแถวบ้าน ฉีดยากระตุ้นไข่ กับป้องกันไข่ตก ที่หน้าท้อง

04/05/2017 -  พบคุณหมอ ultrasound + ฉีดยากระตุ้นไข่ เข็มที่ 11 (สะโพก) + ฉีดยาที่หน้าท้อง เข็มที่ 12 // ตอนกลางคืน ฉีดยาที่หน้าท้อง 2 เข็ม เข็มที่ 13 + 14 แล้วก็ที่สะโพก 1 เข็ม เข็มที่ 15 ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน
Ultrasound ดูไข่  ได้ 20 กว่าใบ นัดเก็บไข่วันที่ 6 ตอน 8:30am  ฉีดยาที่สะโพกกับหน้าท้อง อย่างละ 1 เข็ม  แล้วก็เอายาไปฉีดที่โรงพยาบาลแถวบ้านตอน 10pm อีก 3 เข็ม! วันนี้วันเดียวโดน 5 เข็ม  วันที่ 5/5/2017 ได้หยุด 1 วันแล้ววันที่ 6/5/17 ก็เก็บไข่เลย

รวมฉีดยาทั้งหมดก่อนเก็บไข่ 15 เข็ม (เป็นแม่ต้องพรุน fighting!)


ได้ยาฆ่าเชื้อมาทานอีกรอบเหมือนตอนแรก Doxycycline 100mg จำนวน 10 เม็ด รับประทานครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหารทันที เช้า-เย็น



วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560

ทำ IUI ครั้งแรก


24/01/2017 -  เริ่มต้นการรักษาการมีบุตรยากอย่างจริงจัง
ประจำเดือนมาวันที่ 24/01/2017  พอประจำเดือนมาวันแรกก็เลยรีบมาหาคุณหมอทันที ที่นวบุตร สาทร  คนเยอะมาก  ได้คิวที่สิบกว่า  กว่าจะได้เจอคุณหมอ 2 ชั่วโมง คุณหมอก็ให้ตรวจเลือดดูฮอร์โมน  แล้วก็นัดวันให้สามีมาตรวจเสปิร์มวันหลัง  ให้เสปิร์มมีอายุอยู่ในช่วง 3-5 วัน  แล้วก็นัดวันอัลตร้าซาวด์ดูช่องท้อง  เดือนนี้ก็ถือว่าเป็นเดือนที่พักก่อน  เพราะคุณหมอไม่ได้ให้ยากระตุ้นไข่มาทาน

28/01/2017 -  ตรวจสเปิร์ม
สามีมาเก็บสเปิร์มครั้งแรก  ต้องการภรรยาเข้าไปให้กำลังใจในห้องเก็บสเปิร์ม  ทำให้เราได้เห็นว่าห้องเป็นยังไงด้วย  แล้วก็มี CD หนัง AV ให้เลือกหลายประเภทมาก ทั้งเอเชีย ทั้งฝรั่ง  พอเก็บเสร็จแล้วส่งสเปิร์มเสร็จก็กลับบ้านเลย  รอฟังผลทีเดียวตอน Ultrasound ไข่

03/02/2017 -  Ultrasound + ฟังผลฮอร์โมน + ผลสเปิร์ม
วันนี้หมอให้มา Ultrasound ดูมดลูก รังไข่  คำแรกที่หมอพูดคือ มีเนื้องอกนะ 2 ก้อน แต่ไม่ต้องไปซีเรียสอะไรกับมัน  เพราะอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สำคัญ รู้รึยัง? (ฟังแล้วดีใจมาก  มันต้องแบบนี้สิ  หมอคนนี้ดีจังเลย เราเลือกหมอไม่ผิด  ไม่ใช่เหมือนโรงพยาบาลที่เคยหามา ผ่านมือ Ultrasound กันมาตั้ง 3-4 รอบไม่มีใครเคยบอกเลยว่ามีเนื้องอก)  

แล้วก็บอกว่าผนังมดลูกสวยมาก กำลังดี ประมาณ 10-11mm  แล้วก็มีไข่โต ๆ 1 ฟองข้างนึง  ส่วนอีกข้างนึงเป็นเม็ดเล็ก ๆ เป็นพวงเหมือนสร้อยข้อมือเลยอยู่ในรังไข่  แต่หมอก็บอกว่าไม่เป็นไร  ผลฮอร์โมนก็มีโปรแลคตินสูงกว่าปกติไปเล็กน้อย เกินไป 2-3 หน่วย  หมอก็ให้ยา Bromergen 2.5mg มาให้กินครั้งละ 1/2 เม็ด วันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน  ตัวนี้กินยาวเลยจนกว่าจะท้อง  ส่วนฮอร์โมนอย่างอื่น  หมอบอกว่าปกติดีสำหรับคนอายุเท่านี้  


ส่วนสามีก็เสปิร์มเยอะดี 115 ล้านตัว วิ่ง 59% แต่สมบูรณ์แค่ 3% แต่เพราะว่าจำนวนทั้งหมดเยอะ  พอคูณออกมาตัวที่สมบูรณ์ก็ยังเยอะอยู่  ถือว่าปกติดี


แล้วก็ได้ยากระตุ้นไข่ Zimaquin 50mg (Clomiphene cirtrate) ให้มา 10 เม็ด รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2  ครั้ง หลังอาหาร เช้า เย็น - เริ่มทานวันที่ 3 ของประจำเดือน  แล้วค่อยกลับมา Ultrasound ดูไข่กันอีกที


05/03/2017 -  Ultrasound ดูไข่

คราวนี้คุณหมอให้โอนเคสมารักษาที่สาขาสยาม  เพราะคนน้อยกว่ามั้ง  วันนี้ Ultrasound ดูไข่ก่อนนัดฉีด IUI วันนี้ได้ไข่ ทางซ้าย 1ใบ 15mm ทางขวา 3 ใบ 16mm, 14.5mm, 11 หรือ 13mm จำไม่ได้  หมอบอกว่าใช้ได้ 3 ใบ อีกใบเล็กเกิน  แล้วก็มาตกใจที่ว่าคราวที่แล้ว Ultrasound แล้วผนังมดลูกสวยมาก  คราวนี้กลับเหลือแค่ 5mm เอง คุณหมอบอกว่าบางไป  เคยได้ยินมาว่าการกินยากระตุ้นไข่มาก ๆ จะทำให้ผนังมดลูกบาง  น่าจะจริง

ปกติไข่ควรจะต้องมีขนาด 18mm ขึ้นไป ถึงจะโอเค  แต่ของเรายังไม่ถึงวันทำ IUI ไข่ยังมีเวลาโตได้อีก  ไม่มีปัญหา  เห็นพยาบาลบอกว่าไข่จะโตวันละ 1-2mm  ส่วนผนังมดลูกควรจะต้องหนา 8-10mm  ถึงจะดี


วันนี้เลยได้ยาเพิ่มเยื่อบุมดลูกมาทาน Progynova 2mg รับประทานครั้งละ 2 เม็ด  วันละ 3 ครั้ง  หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น แล้วก็ได้ยาฉีดแบบเข็มปากกามาฉีดให้ไข่ตกก่อนฉีดเชื้อ IUI - Ovidrel Prefilled Syringe (Choriogonadotropin Alfa Injection)


07/03/2017 -  ฉีด Ovidrel ให้ไข่ตก ครั้งแรก
หมอบอกให้จิ้มพุงเอาเองตอนเที่ยงคืนวันที่ 7 ถ้าเป็นพวกนอนเร็ว ตื่นเช้าก็ให้ช้าสุด 6 โมงเช้าวันที่ 8  แต่คนอย่างเรานอนดึกแค่ไหนก็ได้  แต่ตื่นเช้านี่ทรมานมาก  เลยจะฉีดตอนกลางคืน  พอเที่ยงคืนก็ไม่กล้าฉีด  เลยให้สามีฉีด  เค้าก็ฉีดไม่เป็น  มันเป็นเข็มแรกของเราทั้ง 2 คน เราก็กลัวทำใจฉีดตัวเองไม่ได้   เอกสารที่คลินิกให้มามันไม่เหมือนกับเข็มที่เราได้  ในเอกสารมันเหมือนเข็มฉีดยาธรรมดา  กว่าจะ serach youtube วิธีฉีด เพื่อความชัวร์กัน ก็ดูคลิปกันไป 2 รอบ  ปรากฎว่าเริ่มฉีดตี 1  สามีก็ทำตามสูตร หมุน ๆ dose จิ้ม กดมิด รอแล้วดึงเข็มออก  แล้วเช็คดูอีกทีว่ายาหมดหลอดมั้ย  ปรากฎว่ายายังเต็มอยู่จ้า! โกรธ หัวเราะ และน้ำตาไหลพร้อมกัน ฉันโดนเข็มจิ้มฟรี ๆ 1 ที หรอเนี่ย กรี๊ด  แล้วก็เอาล่ะ ทำใจใหม่  สามีจิ้มใหม่ คราวนี้เราบอกว่าเอาให้ชัวร์ว่ายามันลงไปหมดก่อนดึงเข็มขึ้นมา  แล้วก็สำเร็จกว่าจะเสร็จตี 1 ครึ่ง   ไม่เข้าใจทำไมคนอื่นบอกว่าไม่เจ็บเลย  ฉีดง่าย ๆ แล้วฉีดกันเองชิล ๆ  ไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าต้องทำ IVF จะโดนเข็มเยอะกว่านี้อีกเท่าไหร่  เกิดเป็นผู้หญิงนี่ต้องอดทนจริง ๆ


คลิปการสอนฉีดที่ละเอียดดี






ภาพเข็มของเราหลังฉีดเสร็จ ลืมถ่ายเข็มก่อนฉีด ลักษณะจะเหมือนปากกา แล้วก็มีตัวเลข dose 250 ที่หน้าจอ (อีกฝั่งนึง ภาพนี้มองไม่เห็น แต่ในคลิปจะเห็นละเอียด)

09/03/2017 -  ฉีดเชื้อ IUI ครั้งแรก

วันนี้มีนัดทำ IUI ตอน 6 โมงเย็น  ได้คิวที่ 6  แต่ต้องให้สามีมาเก็บเชื้อก่อนบ่าย 3 เพราะว่าเรา request ขอคัดเชื้อ เอาแต่สเปิร์มเพศชาย  ซึ่งหมอบอกว่าได้ผล 70% เราก็คิดว่ายังดีกว่าไม่คัดนะ  ถ้าเราอยากได้ลูกชายจริง ๆ  สามีก็หยุดงาน  เราก็ไปพร้อมกันเลย  พอเก็บเชื้อเสร็จตอนบ่าย 3 ก็รอแหง็กจนเย็น  แล้วก็มีเรื่องน่าตื่นเต้นคือ  อยู่ ๆ หม้อแปลงไฟระเบิด กระรอกน้อยวิ่งเข้าหม้อแปลงไฟ  ไฟดับทั้งตึกจ้า ตอนประมาณ 4 โมงเย็น  เราก็แอบคิดในใจวันนี้จะเสียเที่ยวมั้ยเนี่ย  ทำไมต้องมาเกิดเรื่องเอาวันนี้  ถ้ารอจนเย็นแล้วเค้าค่อยมาบอกว่าทำไม่ได้จะทำยังไง  แต่ก็ได้แต่ลุ้น  เพราะว่าหมอยังไม่มา

หมอมาตอนเกือบ 1 ทุ่ม  พอ 1 ทุ่มครึ่งก็ถึงคิวเรา  เข้าไปก็ Ultrasound ก่อน  ปรากฎว่าไม่เห็นไข่เพราะว่าไข่ตกไปแล้ว  หมอก็บอกว่าปวดท้องไข่ตกเมื่อไหร่  เราก็เหวอ ปกติไม่เคยสังเกตตัวเอง  แต่หมอก็เดาว่าน่าจะประมาณบ่าย ๆ ของวันนี้  ถ้าเป็นอย่างนั้น timing ดีมาก  แล้วผนังมดลูกสวยแล้ว 10mm   ส่วนสเปิร์ม หมอบอกได้ 93 ล้านตัว  วิ่ง 82% ดันลืมถามว่า สเปิร์มก่อนคัด หรือหลังคัด


แล้วหมอก็ฉีดเลย  เอาท่อเล็ก ๆ ยาว ๆ มาใส่เข้าไป  หมอบอกว่าปากมดลูกเปิดดีมาก ไม่เจ็บเลย  โชคดีมาก  ไม่รู้สึกอะไรเลย  ตอนแรกอ่านของคนอื่นแล้วบอกว่าเจ็บก็กลัว ๆ อยู่เหมือนกัน  แล้วหมอก็บอกว่าเสปิร์มเข้าไปหมดไม่มีไหลย้อนกลับ ทุกอย่างดี  ให้นอนพักครึ่งชั่วโมงแล้วกลับบ้านได้


พอครึ่งชั่วโมงพยาบาลก็มาเรียก  แล้วก็ให้ใบวิธีปฎิบัติตัวหลังทำ IUI ให้พัก 3 วัน นับวันพรุ่งนี้เป็นวันแรก  ที่เหลือก็ทำตัวปกติได้  แต่อย่าทำอะไรหนักหักโหม  อย่าเพิ่งออกกำลังกาย  แล้วก็นัดมาเจาะเลือดดูผลว่าท้องหรือไม่วันที่ 23/03/2017 14 วันหลังทำพอดี


คุณหมอได้ให้ยามาเริ่มทานตั้งแต่วันที่ 13/03/2017 Duphaston 10mg 20 เม็ด รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร เช้า เย็น ยาจะหมดก่อนวันที่ 23/03/2017 ที่นัดเจาะเลือดพอดี  หาดูในเน็ตตัวนี้คือยากันแท้ง  รู้สึกอุ่นใจดี เพราะบางที่ทำ IUI เสร็จก็ไม่มียาตัวนี้ให้นะ


10-22/03/2017 - 2 อาทิตย์ที่ยาวนานกว่าจะรู้ผล...นอยด์...นอยด์...นอยด์
หลังทำก็มีความรู้สึกหน่วงๆ จี๊ด ๆ แปล๊บ ๆ แสบ ๆ ไฟช็อต ที่ท้องบ้าง เดี๋ยวก็ทางขวา เดี๋ยวก็ทางซ้าย

สามีลางานตั้งแต่วันที่ 10-13 เพื่อมาดูแลเราโดยเฉพาะ  บังคับให้เรานอนอยู่บนเตียงอย่างเดียว 3 วัน  แล้วเค้าก็เสิร์ฟข้าวเสิร์ฟน้ำ 3 มื้อให้  น่ารักสุด ๆ ได้ 3 วัน  หลังจากนั้นกลับสู่สภาพเดิม  ตัวใครตัวมันนะ 😅

7 วันแรกยังชิล ๆ พักผ่อนซะเป็นส่วนใหญ่  แต่หลังจากอยู่บ้านทั้งอาทิตย์  สามีไม่ให้ออกนอกบ้าน ไม่ให้ขับรถ  ไม่ให้ขึ้นลงบันไดเยอะ  ความเบื่อก็เข้ามาเยือน  ยิ่งว่างก็ยิ่งคิดเยอะ ยิ่งนอยด์ ยิ่งเครียด


พอวันที่ 11 หลังจากทำ IUI (20/03/2017) ก็เริ่มตรวจปัสสาวะทดสอบตั้งครรภ์ตอนเช้า  ก็เจอขีดเดียว  ทำทุกวันก็เจอขีดเดียว  จนท้อแล้ว

23/03/2017 -  เจาะเลือดตรวจผลตั้งครรภ์และแล้ววันนี้ก็มาถึง  หลังจากเครียดอยากรู้ผลอยู่นาน  ตื่นเช้ามาลองทดสอบปัสสาวะอีกรอบ  ก็เจอขีดเดียว  เลยทำใจไว้แล้วว่าไม่น่าจะท้อง  ไปถึงคลินิก เจาะเลือด แล้วพยาบาลก็โทรมาบอกผลหลังจากนั้น ชั่วโมงกว่าว่าไม่ท้องนะคะ ได้ค่า hCG ประมาณ 2-3  ถ้าประจำเดือนมาก็ค่อยโทรมานัดคุณหมอใหม่สำหรับการรักษาครั้งหน้า  จริง ๆ วันนี้ถ้าท้องก็จะได้ฉีดยากันแท้งด้วย  


จบ จบ จบ รอบนี้ กับความคาดหวังและความเครียด  



* ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการเริ่มตรวจเลือดวันแรกจนตรวจเลือดวันนี้ของ IUI คือ 20,020 บาท (เลขสวยมากเลย)



พอทำ IUI ไม่สำเร็จ  ก็มีแต่คนมาบอกว่าทำ IUI ทำไมเสียเวลา เสียเงิน เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จมีแค่ 10% เรียกว่าคนส่วนใหญ่แทบจะไม่ติดเลย  เอาเงินไปทำ ICSI ทีเดียวเลยดีกว่า เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จมึถึง 40-60%  คนทำติดครั้งแรกมีเยอะกว่ามาก  แบบว่าตอนแรกยังไม่เคยลอง  แล้วคิดว่าตัวเองจะโชคดีไง  แล้ว IUI มันถูกกว่า ICSI สิบเท่าก็เลยขอลองก่อน  พอลองแล้วเรียนรู้แล้วก็รู้เลยว่าถ้าแก่แล้ว IUI แทบจะเป็นไปไม่ได้  ถ้าอายุน้อย ๆ ยังพอมีลุ้น  ถ้ามีเพื่อนจะบอกว่าถ้าจะลองก็ลองซักครั้งพอ  แล้วเก็บเงินไปทำ ICSI ซะเถอะ

เพิ่มเติมอันนี้รู้มาจากเพื่อนอีกที แต่ไม่ได้ฟังจากหมอโดยตรงนะ ว่าอย่ากินยากระตุ้นไข่บ่อย เพราะว่าจะทำให้ผนังมดลูกบาง แล้วจะกลายเป็นว่าทำให้ท้องยากขึ้นซะงั้น  (เราก็มานึกว่าเออจริง...ตอนกินยากระตุ้นไข่ 2 รอบแรก แล้วหมอให้ไปทำการบ้านเอง Ultrasound ทีไรผนังสวยทุกครั้ง  พอมากินยากระตุ้นไข่ครั้งที่ 3 เพื่อทำ IUI ครั้งแรก ดันผนังมดลูกบางแล้ว ต้องกินยาเพิ่มผนัง  ทั้ง ๆ ที่เป็นคนผนังมดลูกสวยมาโดยตลอด)  ถ้ายังไม่พร้อมจะทำ ICSI จริง ๆ ก็ลอง IUI ไม่เกิน  2-3 ครั้งก็พอ  มันเหมือนซื้อล็อตเตอรี่ มีแต่ความหวัง แต่โอกาสที่จะได้จริงมันน้อย  ถ้าดันทุรังทำไป 5-6 ครั้งนี่ค่าใช้จ่ายเท่าทำ ICSI เลยทีเดียว ซึ่งถ้าทำ  ICSI ก็อาจจะสำเร็จไปแล้ว  แถมเวลากดดันรอคอยว่าจะท้องไม่ท้องแค่ 9 วัน ไม่ใช่ 14 วันแบบ IUI  การรอคอยแบบไม่แน่ใจว่าจะมีหวังมันทรมานนะ


ตัดสินใจทำ ICSI ทันทีเลยค่ะ Chapter ต่อไป ICSI!



วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2560

การรักษาภาวะมีบุตรยาก - อะไรคืออะไร IUI, GIFT, IVF, ICSI, IMSI


การคัดเลือกเชื้ออสุจิฉีดผสมเทียม
(Intrauterine insemination:IUI) 

เป็นการคัดเลือกตัวเชื้ออสุจิที่แข็งแรง และรูปร่างดี ในปริมาณที่มากพอฉีดเข้าสู่โพรงมดลูก โดยฉีดผ่านสายยาง ที่สอดผ่านปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อช่วยให้อสุจิมีโอกาสพบกับไข่ได้ง่ายขึ้น

วิธีนี้เป็นวิธีการรักษาที่ไม่ยุ่งยาก ค่าใช้จ่ายไม่สูง และมีโอกาสในการตั้งครรภ์พอสมควรอย่างไรก็ตามผลการรักษาจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการคัดเลือกกลุ่มคู่สมรสที่เหมาะสมในการรักษา ซึ่งควรจะเป็นคู่สมรสที่มีอายุไม่มากไม่มีปัญหาเรื่องท่อนำไข่อุดตัน ไม่มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ที่รุนแรงหรือใช้กับฝ่ายชายที่มีภาวะผิดปกติไม่มาก

การทำกิ๊ฟท์ GIFT
(Gamete Intrafallopian Transfers)

เป็นวิธีการนำเอาไข่ และตัวอสุจิใส่กลับเข้าไปในท่อนำไข่ ตรงตำแหน่งที่เกิดการปฏิสนธิตามธรรมชาติโดยใส่ผ่านหน้าท้องด้วยวิธีการส่องกล้องวิธีการนี้เหมาะสำหรับฝ่ายหญิงที่มีท่อรังไข่ปกติอย่างน้อย 1 ข้าง และฝ่ายชายที่มีเชื้ออสุจิที่ค่อนข้างปกติ

ขั้นตอนในการรักษา
1.    กระตุ้นรังไข่ด้วยฮอร์โมน ให้เกิดไข่หลายใบ
2.    ติดตามการเจริญของถุงรังไข่ด้วยอัลตราซาวนด์ ฉีดยาฮอร์โมนกระตุ้นให้ไข่สุก และรอให้ไข่เจริญเต็มที่ ซึ่งไข่จะสุกเต็มที่หลังฉีดยาประมาณ 34-36 ชั่วโมง
3.    เก็บไข่โดยใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ที่มีหัวตรวจสอดทางช่องคลอดแล้วใช้เข็ม ขนาดเล็กดูดไข่ผ่านทางช่องคลอดในขณะที่คนไข้ได้ยาระงับความรู้สึก
4.    เตรียมน้ำเชื้ออสุจิในห้องปฏิบัติการ โดยคัดเลือกเอาเชื้ออสุจิตัวที่แข็งแรง
5.    นำไข่และอสุจิมารวมกัน แล้วใส่กลับเข้าไปในท่านำไข่โดยใส่ผ่านทางหน้าท้อง ด้วยวิธีการส่องกล้อง
6.    ให้ยาฮอร์โมน เพื่อช่วยให้รังไข่ทำงานสมบูรณ์ขึ้นหรือช่วยทำงานทดแทนรังไข่ และช่วยสนับสนุนการเจริญของเยื่อบุโพรงมดลูก

กรณีใช้เทคโนโลยีเพิ่มเติม....
- การรักษาอาการหรือภาวะแทรกซ้อน
- การเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกในการรับบริจาค
- การรับอสุจิบริจาค
- การคัดเลือกเพศ (Sex Selection)
- การนำเชื้ออสุจิออกจากอัณฑะด้วยวิธีเทเซ่ (TESE) หรือมีซ่า (MESA)

การทำเด็กหลอดแก้ว
(In–Vitro Fertilization:IVF)
   
จะคล้ายกับการทำกิ๊ฟท์มาก ต่างกัน คือ แพทย์จะนำเอาไข่และเชื้ออสุจิมาผสมกันในหลอดทดลองจนกระทั่งเกิดการปฏิสนธิ แล้วเลี้ยงต่อในห้องปฏิบัติการจนเป็นตัวอ่อน อีกประมาณ 2 – 3 วัน ซึ่งจะได้ตัวอ่อนในระยะ 4 – 8 เซลล์ หรือเลี้ยงจนถึงระยะบลาสโตซิสท์ (Blastocyst) แล้งจึงนำเอาตัวอ่อนใส่กลับเข้าไปในโพรงมดลูก เพื่อให้เกิดการเจริญเติบโตและฝังตัวต่อไป ในการเตรียมตัวอ่อนนี้อาจจะมีตัวอ่อนที่เหลือ และแข็งแรงก็สามารถทำการแช่แข็งและเก็บไว้ใช้ในรอบการรักษาต่อไปได้

วิธีการนี้เหมาะสำหรับคู่สมรสที่ฝ่ายหญิงมีความผิดปกติของท่อนำไข่ทั้งสองข้าง
มีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เชื้ออสุจิของฝ่ายชายมีจำนวนน้อยหรือมีภาวะมีบุตรยาก
ที่ตรวจไม่พบสาเหตุ

ขั้นตอนในการรักษา
1.   กระตุ้นรังไข่ด้วยฮอร์โมน ให้เกิดไข่หลายใบ
2.   ติดตามการเจริญของถุงไข่ด้วยอัลตราซาวนด์ฉีดยาฮอร์โมนกระตุ้นให้ไข่สุก และรอให้ไข่เจริญเต็มที่หลังฉีดยา ประมาณ 34 – 36 ชั่วโมง
3.   เก็บไข่โดยใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ ที่มีหัวตรวจสอดทางช่องคลอดแล้วใช้เข็มขนาดเล็กดูดไข่ผ่านทางช่องคลอดในขณะที่คนไข้ได้ยาระงับความรู้สึก
4.    เตรียมน้ำเชื้ออสุจิในห้องปฏิบัติการ โดยคัดเลือกเอาเชื้ออสุจิตัวที่แข็งแรง
5.    นำไข่และเชื้ออสุจิมารวมกัน ในภาชนะที่จัดเตรียมไว้ ภายในห้องปฏิบัติการ
6.    ตรวจสอบการปฏิบัติสนธิเพื่อพิจารณาเลี้ยงเป็นตัวอ่อนเพื่อย้ายเข้าโพรงมดลูก หรือแช่แข็งต่อไป

กรณีใช้เทคโนโลยีการรักษาเพิ่มเติม....
- การรักษาอาการหรือภาวะแทรกซ้อน
- การเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกในการรับบริจาค
- การรับอสุจิบริจาค
- การคัดเลือกเพศ (Sex Selection)
- การเลี้ยงตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสท์ (Blastocyst Culture)
- บริการแช่แข็งตัวอ่อน (Embryo Freezing)

การทำอิ๊กซี่ 
(Intracytoplasmic Sperm Injection : ICSI)  

วิธีนี้จะคล้ายกับการทำเด็กหลอดแก้วมาก ต่างกันตรงที่การปฏิสนธิซึ่งการทำอิ๊กซี่

ขั้นตอนในการรักษา
1.กระตุ้นรังไข่ด้วยฮอร์โมน ให้เกิดไข่หลาย ใบ   
2.ติดตาม การเจริญเติบโตของถุงไข่ด้วยอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด ฉีดยาฮอร์โมนกระตุ้น ให้ไข่สุก และรอไข่เจริญเต็มที่ซึ่งไข่จะสุกเต็มที่หลังฉีดยา ประมาณ 34–36ชั่วโมง    
3.เก็บไข่โดยใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ ที่มีหัวตรวจสอดทางช่องคลอดแล้วใช้เข็มขนาดเล็กดูดไข่ผ่านทางช่องคลอดในขณะ ที่คนไข้ได้ยาระงับความรู้สึก  
4.ตรียมน้ำเชื้ออสุจิในห้องปฏิบัติการ โดยคัดเลือกเอาเชื้ออสุจิตัวที่แข็งแรง  
5.นำเอาเชื้ออสุจิ 1 ตัว ฉีดเข้าไปในไข่ที่สมบูรณ์โดยใช้เครื่องมือและกล้องที่มีความละเอียดมากภายในห้องปฏิบัติการ
6.ตรวจสอบการปฏิสนธิ เพื่อพิจารณาเลี้ยงเป็นตัวอ่อนเพื่อย้ายเข้าโพรงมดลูก หรือแช่แข็งต่อไป
7.นำตัวอ่อนที่สมบูรณ์ย้ายเข้าโพรงมดลูก ด้วยวิธีการคล้ายกับการตรวจภายในอาจจำเป็นต้องให้ยาฮอร์โมนเพื่อทดแทนการทำงานของรังไข่

กรณีใช้เทคโนโลยีเพิ่มเติม....
- การรักษาอาการหรือภาวะแทรกซ้อน
- การเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกในการรับบริจาค
- การนำเชื้ออสุจิออกจากอัณฑะด้วยวิธีเทเซ่ (TESE) หรือมีซ่า (MESA)
การเลี้ยงตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสท์ (Blastocyst Culture)
- บริการแช่แข็งตัวอ่อน (Embryo Freezing)




การทำอิมซี่ 
(Intracytoplasmic Morphologically Selected Sperm Injection : IMSI)  

เทคนิค IMSI คล้ายกับการทำ ICSI ต่างกันที่ขั้นตอนในการคัดเลือกอสุจิก่อนจะนำมาปฏิสนธิกับเซลล์ไข่

IMSI คือ เทคโนโลยีการคัดเลือกอสุจิด้วยกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูง 6,000-12,000 เท่า มากกว่าการคัดเลือกอสุจิด้วยกล้องจุลทรรศน์ด้วยเทคนิค ICSI ที่มีกำลังขยายเพียง 200-400 เท่า ทำให้สามารถเห็นลักษณะรูปร่างของตัวอสุจิได้ละเอียดกว่า



เทคนิค IMSI นี้ จะช่วยให้สามารถมองเห็นรูปร่างลักษณะของอสุจิได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยสามารถมองเห็น vacuole ที่หัวของอสุจิได้ ซึ่งการพบ vacuole ที่หัวของอสุจินั้นเป็นลักษณะที่บ่งชี้ว่า อสุจิตัวดังกล่าวอาจมีชิ้นส่วนของสารพันธุกรรมที่แตกหัก (DNA fragmentation) การนำอสุจิลักษณะนี้ผสมเข้าไปในเซลล์ไข่ จะส่งผลทำให้ตัวอ่อนที่ผสมได้ไม่สมบูรณ์ และอาจทำให้ไม่เกิดการฝังตัวในโพรงมดลูก หรือฝังตัวแล้วเกิดการแท้งได้ ซึ่งแตกต่างกับการทำ ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) ที่ใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายเพียง 200-400 เท่า เท่านั้น จึงจะไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดบริเวณส่วนหัวของอสุจิได้ดีนักเมื่อเทียบกับการทำ IMSI

ขั้นตอนในการทำ
ผู้ชายที่เข้ารับการรักษาภาวะมีบุตรยากจะได้รับการตรวจ Semen analysis และ Sperm DNA Fragmentation ก่อนเพื่อดูคุณภาพของอสุจิ
เหมาะสำหรับ
1.ฝ่ายชายมีความผิดปกติของอสุจิทางด้านจำนวนหรือคุณภาพและมี Sperm DNA fragmentation ในปริมาณที่สูง
2.มีประวัติอัตราการปฏิสนธิต่ำในรอบการรักษาที่ผ่านมา
3.มีอัตราการเจริญของ blastocyst ต่ำกว่าปรกติในรอบการรักษาที่ผ่านมา
4.การฝังตัวของตัวอ่อนในผนังมดลูกล้มเหลวมากกว่า 2 รอบการรักษา

ประโยชน์ของ IMSI

  • เพื่อเลือกอสุจิที่มีคุณภาพดี
  • เพิ่มอัตราการปฏิสนธิและการพัฒนาของตัวอ่อนที่ปกติ
  • เพิ่มอัตราการตั้งครรภ์
  • ลดอัตราการแท้งบุตร



IVF / ICSI รอบที่ 6 : ใส่ตัวอ่อน + จบรอบไม่สำเร็จตามเคย

  24/03/2020 - ใส่ตัวอ่อน วันนี้ได้คิวใส่ตัวอ่อนรอบ 15:10 น. ให้มาถึงคลินิก 13:40 น. อาบน้ำ เรียบร้อยก่อนมาคลินิก งดทาแป้ง ทาครีม แต่งหน้า ท...